ซื้อเครื่องฟอกอากาศให้ถูกตัวไม่ต้องอาศัยโชค — สเปคแค่ 4 ตัวเลขก็ตัดสินได้เกือบหมด บทความนี้อธิบายว่าแต่ละตัวเลขหมายถึงอะไร และค่าเท่าไหร่ถึง “พอ” สำหรับห้องของคุณ

1. CADR — ตัวเลขที่สำคัญที่สุด

CADR (Clean Air Delivery Rate) คือปริมาณอากาศสะอาดที่เครื่องผลิตได้ต่อชั่วโมง หน่วยเป็น ลบ.ม./ชม. สูตรง่ายๆ ที่ใช้ได้จริง:

CADR ที่ต้องการ ≈ ปริมาตรห้อง (กว้าง × ยาว × สูง) × 5 เท่า/ชั่วโมง

ตัวอย่าง: ห้อง 4 × 5 เมตร เพดาน 2.6 เมตร = 52 ลบ.ม. → ควรหาเครื่องที่ CADR ≥ 260

ตัวเลข “พื้นที่แนะนำ (ตร.ม.)” ที่ผู้ผลิตโฆษณามักคิดจากเงื่อนไขที่ต่างกันแต่ละแบรนด์ ใช้เทียบคร่าวๆ ได้ แต่ตัดสินด้วย CADR จะแฟร์กับทุกยี่ห้อกว่า

2. ระดับเสียง — ดูค่า “ต่ำสุด” ถ้าใช้ห้องนอน

สเปคเสียงมักเขียนเป็นช่วง เช่น 32–61 dB ค่าล่างคือโหมดเบาสุด (โหมดนอน) ค่าบนคือโหมดแรงสุด สำหรับห้องนอนให้ดูค่าล่างเป็นหลัก — ต่ำกว่า ~35 dB คือระดับที่คนส่วนใหญ่นอนได้สบาย ส่วนโหมดแรงสุดไว้ใช้ช่วงเร่งฟอกตอนกลางวัน

3. ค่าไส้กรอง — ต้นทุนแฝงที่แพงกว่าค่าไฟ

ไส้กรองเป็นของสิ้นเปลือง เปลี่ยนทุก 6–12 เดือนตามการใช้งานและฝุ่นในพื้นที่ ก่อนซื้อให้เช็คราคาไส้กรองแท้ + รอบเปลี่ยนที่ผู้ผลิตแนะนำ แล้วคิดเป็น “ต้นทุนต่อปี” บางรุ่นเครื่องถูกกว่าคู่แข่งพันหนึ่ง แต่ค่าไส้กรองแพงกว่าปีละเท่าตัว — ใช้สองปีก็แพงกว่าแล้ว

4. ค่าไฟ — คำนวณเองได้เลย

เครื่องฟอกอากาศบ้านกินไฟราวหลักสิบวัตต์ ซึ่งถือว่าน้อย แต่เพราะต้องเปิดต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน ก็ควรรู้ตัวเลขจริงก่อนตัดสินใจ:

⚡ เครื่องฟอกอากาศกินไฟเดือนละเท่าไหร่

กรอกกำลังไฟกับชั่วโมงใช้งาน แล้วเราคิดค่าไฟตามอัตราขั้นบันไดงวดล่าสุดให้ (งวด พ.ค.–ส.ค. 2569)

ใช้ไฟประมาณ 7.92 หน่วย (kWh) ต่อเดือน

≈ 38.85 บาท/เดือน

ค่าพลังงานไฟฟ้า (อัตราขั้นสูงสุด)35.02 ฿
ค่า Ft1.29 ฿
ค่าบริการรายเดือน (ไม่นับซ้ำ)0.00 ฿
VAT 7%2.54 ฿

อัตราค่าไฟบ้านอยู่อาศัย (เกิน 150 หน่วย/เดือน) งวด พ.ค.–ส.ค. 2569 — เป็นการประมาณการ ค่าไฟจริงขึ้นกับการใช้ไฟรวมทั้งบ้านและค่า Ft งวดนั้นๆ

ต้องการหน้าจอใหญ่ขึ้นหรือแชร์ให้เพื่อน ใช้เครื่องคำนวณค่าไฟฉบับเต็มได้

สรุปเช็คลิสต์ก่อนกดสั่ง